Saturday, June 15, 2024
More

    Dior และ Stone Island ร่วมออกแบบเสื้อผ้าและแฟชั่นไอเท็มเพื่อมอบคำจำกัดความอย่างชัดเจนให้แก่ผู้ชาย Dior

    on

    - Advertisement -

    “สำหรับคอลเลกชั่นย่อยเฉพาะกิจครั้งนี้ เป็นเสมือนการพบปะระหว่างกันของมงซิเออร์ดิออร์กับแมซซิโม อ็อสติ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ STONE ISLAND แน่นอน ในสายตาของคนทั่วไป ทั้งสองบุคคลกับผลงานการออกแบบของพวกเขาช่างแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ในขณะที่บุคคลหนึ่งเป็นนักออกแบบแฟชั่นชั้นสูงด้วยมุมมองเชิงสถาปัตย์ อีกบุคคลคือวิศวกรผู้บุกเบิกเครื่องแต่งกายสไตล์ทหารช่าง มอบประโยชน์ใช้งานอย่างสมบุกสมบัน กระนั้น สำหรับผมแล้ว สิ่งหนึ่งซึ่งทำให้จดจำทั้งสองได้เป็นอย่างดีในฐานะรากฐานความสำเร็จของพวกเขานั้นก็คือมานะมุ่งมั่นสู่ความสมบูรณ์แบบโดยอาศัยทุกแง่มุมแห่งความเป็นเลิศ ด้วยเหตุนั้น คอลเลกชั่นนี้คือการหลอมรวมขั้วต่างทางธรรมเนียมการแต่งกายที่มีแบบฉบับเฉพาะตัว นำมาซึ่งเสื้อผ้าแนวคิดใหม่อย่างชัดเจน” คิม โจนส์

    ความรัก และชื่นชมต่อความสมบูรณ์แบบ และความเป็นเลิศทางกระบวนการสร้างสรรค์ ตัดเย็บเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ถือเป็นมรดกอันสำคัญยิ่ง และเหมือนกันอย่างยิ่งของทั้งคริสเตียน ดิออร์ และแมซซิโม อ็อสติ วิศวกรนักออกแบบแฟชันผู้ก่อตั้งแบรนด์ STONE ISLAND สำหรับแค็ปซูล หรือคอลเลกชั่นเฉพาะกาลนี้ ความรัก อารมณ์โรแมนติก ความสมบุกสมบัน และความแข็งแกร่งทนทาน ถูกหลอมรวมร่วมกันบนรากฐานทางประวัติศาสตร์แฟชั่นชั้นสูงแห่งปารีส และความเชี่ยวชาญงานเครื่องจักรแบบฉบับอิตาเลียนเหนือ ซึ่งต่างยกย่องความสำคัญต่อการใช้ความพิถีพิถันระดับสูงเมื่อถึงรายละเอียดมอบประโยชน์ใช้สอย อาจกล่าวได้ว่า ผลงานสร้างสรรค์ครั้งนี้คือมิติคู่ขนานในการใช้ไหวพริบพลิกแพลงทักษะ ความชำนาญต่างขั้วบนค่านิยมเดียวกัน ระหว่างความอ่อนหวาน อ่อนช้อย กับความทนทาน สมบุกสมบัน คือความประณีต พิถีพิถัน และใส่ใจในทุกรายละเอียดของงานตัดเย็บเพื่อมอบคำจำกัดความอย่างชัดเจนให้แก่ผู้ชาย DIOR ของวันนี้ โดยมีความรู้ ความเข้าใจต่อความต้องการของผู้ชายยุคปัจจุบันเป็นกุญแจสำคัญ

    แรงปะทะอย่างรุนแรงระหว่างขั้วต่างทางความขัดแย้ง นำมาซึ่งการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างลงตัว ทั้งในแง่ของเทคนิค และวัสดุ เช่นเดียวกับบุคลิก และอารมณ์ในงานออกแบบ จากสไตล์เสื้อผ้าทหารช่าง เน้นประโยชน์ใช้งานแบบฉบับ STONE ISLAND มาสู่รากฐานศิลปะการตัดเย็บตามขนบห้องเสื้อชั้นสูง และความประณีต เฉียบคมในงานชุดสูทของห้องเสื้อ DIOR ผลลัพธ์หาได้เป็นแค่ ‘ลุค’ การแต่งกายที่มอบประโยชน์ใช้งานแบบเสื้อผ้าชุดช่าง หรืองานฝีมือละเมียดละไม หากเป็นการทดลอง และทดสอบร่วมกันของสองผู้สรรค์สร้างเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ต่างฝ่ายต่างให้ความสำคัญต่อปรัชญาการทำงานของอีกฝ่ายเพื่อนำไปสู่ความรุดหน้าของเส้นทางแนวคิดใหม่

    บรรทัดฐานค่านิยมร่วมในการใช้วัสดุคุณภาพสูง มอบความรู้สึกหรูหรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ประโยชน์จากผ้าไหมในศูนย์กลางงานตัดเย็บทั้งเครื่องแบบทหารช่าง และเสื้อผ้าชั้นสูง ปรากฏให้เห็นตลอดทั้งคอลเลกชัน เช่นเดียวกับเทคนิคย้อมสีสัญลักษณ์ STONE ISLAND ซึ่งได้รับการรังสรรค์ขึ้นในรูปแบบใหม่โดยอาศัยบรรดาผลการทดลองผ้าปักลายย้อมของห้องเสื้อฝรั่งเศส ที่หยิบยกมาจากแผนกจัดเก็บตัวอย่างชิ้นงานสำคัญทางประวัติศาสตร์ห้องเสื้อชั้นสูง DIOR จากคอลเลกชันประจำฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 1955 และคอลเลกชันประจำฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2013 ตามลำดับ นำมาพลิกแพลงใช้กับเสื้อนอก และชุดผ้ายืดหรือนิตแวร์ผ่านความสลับซับซ้อนทางกระบวนการงานฝีมือ ก่อกำเนิดเป็นเทคนิคใหม่หมดจดสำหรับทั้ง DIOR และ STONE ISLAND

    ลูกเล่นสีโดยอาศัยการพัฒนากระบวนการงานย้อม ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการสรรค์สร้างคอลเลกชันนอกเหนือจากการใช้วัสดุคุณภาพสูง มอบความรู้สึกหรูหรา บรรดาเฉดสี และมิติทรงเอกลักษณ์จากแผนกจัดเก็บตัวอย่างผลงานชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ STONE ISLAND ถูกนำมาใช้เป็นต้นแบบเร่งระดับความคมชัด อาทิเช่น แจ็กเก็ตสนาม (FIELD JACKET) ซึ่งเป็นเสื้อนอกเครื่องแบบทหารราบ ที่ได้รับการดัดแปลงมาเป็นแจ็กเก็ตรุ่น RASO GOMMATO (ราโซ ก็อมมาโต) ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายประกอบยาง อันถือเป็นผลงานดาวเด่นในคอลเลกชันประจำฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 1988 ของ STONE ISLAND ได้รับการรังสรรค์ใหม่โดยใช้สิ่งทอใยผสมฝ้ายกับไหมตกแต่งหนังปั๊มลายนูน

    บรรดาเครื่องหมาย และสัญลักษณ์ต่างๆ ได้ร่วมกันหลอมรวมความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างสองห้องเสื้อไว้ในคอลเลกชั่นนี้ได้อย่างลงตัว ทั้งรูปแบบที่แยบยล ละเมียดละไม ไปจนถึงชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่ต่างอันใดจากลูกเล่นคู่ขนาน ‘จีบซ้อนสองทบ’ หรือ DOUBLE PLEAT ที่ใช้ในงานตัดเย็บชุดสูทคอลเลกชันเสื้อผ้าชั้นสูง DIOR ประจำฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 1952 ถูกดัดแปลงมาเป็นลายลักษณ์ตกแต่งบนตัวเสื้อ เช่นเดียวกับที่ ‘เชือกชาวดัชท์’ หรือ DUTCH ROPE กลไกปลดแยกชิ้น-กลัดติดประกบใหม่ องค์ประกอบสำคัญทางโครงสร้างด้านในอันสร้างบุคลิกเฉพาะตัวให้แก่ STONE ISLAND ก็ได้รับการพลิกแพลงเพื่อเป็นรายละเอียดตกแต่งที่มอบประโยชน์ใช้งานไปพร้อมกัน แบบเดียวกับลายตารางสานหวาย (CANNAGE) กับดาวเข็มทิศในวงกลมหรือ ‘เข็มทิศแปดแฉก’ ที่ถูกดัดแปลงไปเป็นลายปักเย็บตะเข็บกรุนนวม รวมถึงโครงสร้างงานเครื่องหนัง เหนืออื่นใด ราวกับเป็นสัญลักษณ์ดาวเด่นประจำคอลเลกชัน โลโกตัวอักษร DIOR ตัวพิมพ์ใหญ่ DIOR ตระหง่านตัวเหนือเครื่องหมาย STONE ISLAND อันได้แก่แถบป้ายสี่เหลี่ยมรองรับวงกลมเข็มทิศระหว่างกระดุมคู่ขนาบข้าง คือรายละเอียดตกแต่ง พร้อมมอบประโยชน์ใช้สอยบนตัวเสื้อผ้าไหมเย็บตะเข็บเดินลายตารางสานหวายตามตำแหน่งต่างๆ ทั้งบนกระเป๋าอกเสื้อ, กระเป๋าชายเสื้อ, ข้อแขนเสื้อ ไปจนถึงกระเป๋ากางเกง และกระเป๋าถือ

    รองเท้าดาวเด่นของคอลเลกชั่นก็เป็นงานออกแบบลูกผสมเช่นเดียวกัน เพื่อยกย่องค่านิยมของรูปทรงที่มอบความสบายยามสวมใส่ ให้ประโยชน์ใช้งานจริงในชีวิตประจำวันบนรากฐานขนบการผลิตรองเท้าแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นบู๊ต หรือเดอร์บี รองเท้ารูปทรงคลาสสิกตลอดกาลของผู้ชาย DIOR ล้วนได้รับการปรับแต่งเชิงโครงสร้างโดยอาศัยรายละเอียดมาจากรองเท้าปีนเขาร่วมกับพื้นรองเท้ายกหนาจากกระบวนการพัฒนาหล่อแบบสามชั้น ส่วนรองเท้ากีฬาหรือสนีคเกอร์ ได้รับการตัดเย็บตามรูปทรงมาตรฐาน STONE ISLAND ด้วยผ้าซาทีนทอใยฝ้าย ตกแต่งงานปักตะเข็บเดินลายโลโกอักษรทแยง DIOR OBLIQUE เติมความหรูหรา ก็ได้รับการตัดเย็บตามรูปทรงมาตรฐาน STONE ISLAND ด้วยผ้าซาทีนทอใยฝ้าย ตกแต่งงานปักตะเข็บเดินลายโลโกอักษรทแยง DIOR OBLIQUE เติมความหรูหรา ขณะเดียวกับที่กระเป๋าแบบต่างๆ น่าจะเป็นบทประกาศอย่างชัดเจนที่สุดในการใช้ไหวพริบพลิกแพลง และหลอมรวมทักษะต่างขั้วมาก่อกำเนิดผลงานสำหรับผู้ชายยุคใหม่ในวันนี้บนบทบรรจบระหว่างความหรูหราระดับสูง กับประโยชน์ใช้สอยระดับสูง คือการยกระดับคุณค่าของวัสดุ และงานตกแต่งไปสู่เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ ซึ่งล้วนมอบความสะดวก คล่องตัวในการสวมใส่ใช้งานด้วยหลากเทคนิคพิเศษเฉพาะด้าน

    กระเป๋าหนังทรงกล่องกลมตกแต่งวงกลมเข็มทิศแบบฉบับ STONE ISLAND ตรงกึ่งกลาง มอบความโดดเด่นสะดุดตาด้วยงานลงสีแบบต่างๆ ทั้งสีกวอช, สีกาวยาวเท็มเปราส์, หมึกสี และสีน้ำ ซึ่งล้วนมาจาก MAISON SENNELIER (เมซง ซ็องเนลิเอร) กิจการภายในครอบครัวผู้ผลิตสีหลากตำรับให้แก่จิตรกรชื่อดังระดับโลกมามากมายอย่างปิกัสโซ, เซซานน์ และเดอลอเนย์ สำหรับคอลเลกชันนี้ กับหลายชั่วโมงในการทำงานลงสีเพื่อขยายผลหัตถกรรมเครื่องหนังแบบดั้งเดิม ไหวพริบในการพลิกแพลงทักษะ ความชำนาญแขนงต่างๆ ได้ทำให้งานออกแบบร่วมสมัยมอบประโยชน์ใช้สอยระดับสูงรองรับความปรารถนา พร้อมกับเป็นบทสะท้อนตัวตนของผู้ชาย DIOR ในปัจจุบัน

    - Advertisement -